อนิเมะ Owari no Seraph

pureพฤศจิกายน 18, 2022

อนิเมะ แต่งเรื่องโดย อ.คากายะ คางะมิ (Takaya Kagami) เป็นอนิเมะที่สร้างมาจากผลงานต้นฉบับมังงะ ได้ถูกตีพิมพ์ลงในนิตยาสารรายเดือน Jump Square หรือในชื่อ Jump S.Q อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งนิตยสารนี้มีการ์ตูนเรื่องดัง ๆ อย่าง Ao no Exorcist, To Love-Ru Darkness, D.Gray-man เหล่านี้ก็เป็นการ์ตูนในเครือของสำนักพิมพ์ Shueisha ด้วยเช่นกัน “เทวทูตแห่งโลกมืดได้ปรากฏตัวขึ้นตามคำพยากรณ์วันสิ้นโลก  การดิ้นรนและการต่อสู้ระหว่างสองเผ่าพันธุ์ในโลกที่เสื่อมสลายจึงไม่อาจที่จะหลีกเลี่ยงได้”  ในอนิเมเรื่อง Seraph of the End หรือ Owari no Seraph ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 3 พฤศจิกายน ของเมื่อ 10 ปีก่อน จนถึงตอนนี้ตีพิมพ์ออกมาแล้วจำนวน 8 เล่ม ในญี่ปุ่น และเป็นงานออกแบบและสตอรี่บอร์ดโดยคุณ ไดสุกิ ฟูรูยะ (Daisuke Furuya) และภาพปก Seraph of the End ฉบับมังงะ  ที่ถือลิขสิทธิ์ในไทยโดยทาง สยาม อินเตอร์ คอมิกส์ ในชื่อ “เทวทูตแห่งโลกมืด” จนกระทั่งเมื่อวันที่ 4 เมษายน ใน 7 ปีที่ผ่านมา ผลงานเรื่องนี้ก็ได้ถูกนำมาสร้างเป็นอนิเมชั่นทีวีซี่รี่ย์ โดยได้ทางสตูดิโอ Wit Studio เป็นผู้อำนวยการสร้าง ในชื่อ “Seraph of the End: Vampire Reign” หรือในชื่อภาษาญี่ปุ่นคือ “Owari no Seraph” ความไว้วางใจนี้ด้วยทีมนี้ที่เคยมีผลงานการเคยสร้างอนิเมะชื่อดังอย่างเรื่อง “Attack on Titan”มาก่อนด้วย

ขอบคุณรูปภาพจาก Google.com

การ์ตูนอนิเมะออนไลน์ โลกที่ล่มสลายในคำพยากรณ์

ดูหนังออนไลน์ โดยเนื้อหาในเรื่องนี้ได้กล่าวถึง  โลกที่ล่มสลายในคำพยากรณ์   เมื่อหลายปีก่อน  เกิดเหตุการณ์การแพร่กระจายของไวรัสลึกลับที่เรียกว่า “ไวรัสแห่งวิวรณ์” จะเป็น อย่างไรกันเมื่อมนุษยชาติต้องกับหายนะครั้งใหญ่จากไวรัสที่ไม่เคยพบเห็น ซึ่งได้คร่าชีวิตของประชากรไปเป็นจำนวนมาก  ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ประชากรในวัยผู้ใหญ่ต้องเสียชีวิตลงจนเกือบสูญสิ้น มีเพียงเด็ก ๆ ที่รอดชีวิตและถูกปกครองโดยผีดูดเลือดอยู่ในนครใต้ดิน เฮียคุยะ ยูอิจิโร่ เด็กชายหนุ่มผู้มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวเป็นเพียงคนเดียวที่หลบหนีออกมาได้คนเดียว รวมถึงการปรากฏตัวของ “สี่อัศวินแห่งยอร์น” สัตว์ประหลาดที่ไม่ระบุที่มาเข้าทำลายทุก ๆ สิ่งบนโลก  ที่ซ้ำร้ายที่สุด เมื่อเหล่าแวมไพร์ได้ขยายอิทธิพลเข้ารุกรานไปทั่วโลก  มวลมนุษยชาติต้องจนมุมและตกอยู่ในสถานะผู้ถูกล่า  ราวกับเป็น “ปศุสัตว์” ที่รอเพียงวันที่จะถูกกัดกินเช่นนั้น โดยแลกกับการเสียสละของพวกพ้อง เขาจึงสาบานว่าจะต้องล้างแค้นและโลกใหม่เบื้องบนที่ยูอิจิโร่ได้พบเห็น การต่อสู้ที่ต้องเดิมพันเพื่อความอยู่รอดของตนเอง

ขอบคุณรูปภาพจาก Google.com

ดูการ์ตูน การปะทะกันระหว่างสองเผ่าพันธุ์ 

จึงไปสิ่งที่ไม่อาจเลี่ยงพ้นไปได้ การรอดชีวิตในครั้งนี้ที่แลกกับการตายของพ้องเพื่อน ทำให้ฮียคุยะ ยูอิจิโร่ได้ออกมาเห็นโลกภายนอกว่า แท้จริงแล้วโลกยังไม่พินาศไปซะทีเดียว แต่ยังมีมนุษย์เหลือรอดอยู่ และได้สร้างกองทัพของตนเองขึ้นเพื่อสู้กับเหล่าแวมไพร์นั่นเองการ์ตูนอนิเมะเรื่องนี้ทำเราต้องขุดหานางเอกตั้งแต่ตอนแรก ดูไปดูมาคล้ายจะเป็นการ์ตูนวาย แต่ก็ไม่ออกการ์ตูน วาย เสียทีเดียว ใครที่กำลังสงสัยแนะนำให้ได้ดูด้วยตัวเอง เพราะแค่เกริ่นต้นบทความมาก็น่าสนใจมากทีเดียว เนื้อเรื่องและรูปภาพจัดว่าดี วาดภาพโดย อ.ยามาโตะ ยามาโมโต (Yamato Yamamoto) แต่ก็สนุกดีสำหรับการต่อสู้แบบไม่ได้ผีดูดเลือดมีสาว ๆ สวย ๆ มาพัวพันธ์ฮียคุยะ ยูอิจิโร่เลย อดคิดไม่ได้ว่า อาจจะเป็นการ์ตูน วาย หรืออดจะจิ้นพระเอกกับปีศาจได้ ใครชอบอนิเมะแบบสู้กันมันส์หยดก็ยังไม่ใช่ทางแบบสุดโต่ง แต่ถ้าใครชอบจากมังงะ ด้วยความกดดันและเนื้อเรื่องที่ค่อยข้างเป็นอนิเมะที่มีเหตุมีผล เป็นการ์ตูนผู้ใหญ่ที่ดูลึก มีมิติมากขึ้น แนะนำเลย และถึงจะไม่ใช่การ์ตูนวาย แต่ก็ทำเอาจิ้นกันไปเองได้หลายตอนด้วยเช่นกัน แบบสปอยมาหลายหน่อยแล้ว นั่นเพราะ ปีศาจในดาบของฮียคุยะ ยูอิจิโร่ก็เป็นผู้ชายด้วยเช่นกัน ใครที่เป็นแฟนมังงะมาก่อน บอกเลยว่า ดราม่ามาก ในอนิเมะเป็นอย่างไรไม่รู้อยากให้ไปดูกันเองที่เว็บดูการ์ตูนออนไลน์ ในซีซั่น 1ปูมาเยอะ ลี

ขอบคุณรูปภาพจาก Google.com

ดูอนิเมะ การรอคลายแม็กซ์จากซีซั่น 2

กันเยอะมาก  ๆ ด้วย มันเป็นเรื่องราวต่อจากภาคนิยายของกุเร็น มิฮารุ และพรรคพวกในทีมปัจจุบัน ส่วนในเมะความละเอียดของเนื้อหามันไม่ดีเท่ากับในมังงะ ทว่าหากอ่านมังงะไปเรื่อย ๆ จะเริ่มเห็นปมของตัวละครแต่ละตัวเลยว่ามีความสัมพันธ์กับที่ไปที่มากันยังไงบ้าง ใครที่ไม่ได้อ่านมังงะมาก่อน อาจจะเห็นต่าง เช่น ตอนที่ 1ในมังงะก็ดราม่ามาก แอดมินยังไม่ได้อ่านมังงะ ก็ดูตอนที่ 1 แล้วรู้สึกดราม่ามากเช่นกัน แม้ว่าจะมีรีวิวว่าความดราม่ายังไม่ถึงสุดเท่าความกดดันในมังงะก็ตาม อนิเมะตอนที่ 3 ทำฉากแอคชั่นกำลังดี ฉากตอนที่ 6 บิ้วอารมณ์ได้ขึ้นมาไม่แน่ พอมาฉากที่  7 เริ่มเกิดความเนือยของฉากต่อสู้ อาจจะด้วยที่อนิเมะ เน้นโชว์ BG มากเกินไป แต่กระเทยังถึงขั้นต้องเท ในอนิเมะตอนที่ 8 – 9 เรียกกระแสได้ดีเลยทีเดียว เพลงประกอบเข้ากัน มันดีกว่ามังงะตรงนี้  ฉากแอคชั่นก็ทำออกมาถึงจะเรียบง่ายไปหน่อย ไม่ได้หวือหวาอะไร แต่ก็อยู่ในขั้นใช้ได้เลย แต่เหมือนปูมาให้ฉากต่อไปดูมีอะไรและสร้างความหวังได้มากขึ้น แต่ดรอปหลาย  ๆ เรื่องลงมา โดยเฉพาะฉากต่อสู้ที่ยังเป็นเส้นตรง ทำให้รีวิวหลาย  ๆ บล็อกค่อนข้างผิดหวังในส่วนของอนิเมะเรื่องนี้ไปเสีย แต่อย่างไรก็ดี ความดีงามของการ์ตูนอนิเมะเรื่องนี้ยังไม่ปล่อยให้เทได้ ยังคงรอติดตาม ซีซั่น 2 กันต่อไป เชื่อว่า จะมีอะไรดี  ๆ ให้ดูกันต่อย่างแน่นอน